ชวนคนอยู่บ้านดูหนังแนวคุณหมอ เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการแพทย์

อยู่บ้านกักตัวเบื่อๆ เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังเกี่ยวกับการแพทย์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านการรักษาดูแลสุขภาพกัน หลายคนคงเห็นแล้วว่าในยุคที่โรคระบาดอย่างโควิด 19 ครองเมืองนั้น ความรู้ด้านการการแพทย์เบื้องต้น การดูแลสุขภาพอนามัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง และการเรียนรู้ก็ไม่ได้จำกัดแค่ในหนังสือ อย่างหนังทีเราจะนำเสนอต่อไปนี้ ก็เป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นการทำงานของหมอ อาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ และวิธีการรักษา การดูหนังนอกจากจะสนุกแล้วยังจะได้ทริคความรู้ต่างๆเกี่ยวกับการแพทย์ ซึ่งสามารถใช้ได้จริงๆ มาดูแลสังเกตอาการ หรือจะเป็นการดูแลสุขภาพอนามัยให้ตัวเองและคนที่เรารักได้

1. หมอเจ็บ
ภาพยนตร์นี้ ออกฉายเมื่อปี 2547 เป็นเรื่องราวของ 2 หมอที่เป็นเพื่อนสนิทกันกำลังไปเป็นหมอเอ็กซ์เทิร์น (Extern) ที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด ซึ่งการออกไปฝึกงานครั้งนี้ ทำให้ทั้ง 2 ได้เรียนรู้อะไรๆ หลายอย่าง และมีบททดสอบสำคัญอยู่ตรงหน้าที่เขาจะต้องเลือกทำ โดยภาพยนตร์เรื่อง หมอเจ็บ ได้สะท้อนมุมมองเรื่องการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของไทยในพื้นที่ห่างไกลความเจริญได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอธิบายเรื่องการเลือกฝึกงานของนักศึกษาแพทย์ การใช้ชีวิต การเรียนรู้ต่างๆ ที่นักศึกษาแพทย์จะต้องพบเจอ ก่อนจะออกมาเป็นแพทย์ในชีวิตจริง

2. ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ
ออกฉายเมื่อปี 2558 เป็นเรื่องราวที่สะท้อนการทำงานของชาวฟรีแลนซ์ ซึ่งใช้งานร่างกายหนักจนเกิดปฏิกิริยาทางร่างกาย ส่งผลให้เขาต้องไปพบหมอผิวหนังในโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นพบตัวตน และการหาคำตอบว่า เขาทำงานหนักไปเพื่ออะไร ทั้งนี้ ตัวหนังเองไม่ได้พูดถึงแค่วงการฟรีแลนซ์เท่านั้น แต่ยังพูดถึงระบบสาธารณสุขของไทย เช่น การรอคิวเพื่อพบหมอ บางคนจะต้องมาก่อน 6 โมงเช้า หรือการนั่งรอหมอตรวจกว่าครึ่งวัน เป็นต้น ส่วนนางเอกของเรื่องนี้ คือ หมอ ที่เป็นหมอห่วงใยคนไข้ และต้องการค้นหาต้นตอของโรค การรักษาโรคอย่างจริงจัง แต่ก็มิวายโดนคนไข้ที่ไม่เข้าใจการทำงาน โวยวาย หรือด่าทอ นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องฟรีแลนซ์ ยังอธิบายถึงการกระทำบางอย่างของหมอ ที่บอกเล่าให้คนป่วย หรือคนนอกอย่างพวกเราเข้าใจ เช่น การแชตไลน์ในระหว่างการรักษาคนไข้ ซึ่งส่วนใหญ่จะหมายถึงการคุย ปรึกษากันในวงหมอ เกี่ยวกับโรคของคนไข้ เป็นต้น

3. หมอหงวน แสงดาวแห่งศรัทธา
ฉายเมื่อปี 2553 เป็นเรื่องราวของนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ได้นำนโยบายนี้ไปใช้ โดยใช้ชื่อว่า 30 บาทรักษาทุกโรค ทั้งนี้ ละครดังกล่าว ได้สะท้อนตัวตนของหมอหงวน ที่ออกไปเป็นแพทย์ชนบท ที่ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งในสมัยก่อนความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง หมอหงวนต้องต่อสู้ระหว่างความเชื่อของชาวบ้าน และการรักษาโรค รวมไปถึงอิทธิพล อำนาจต่างๆ ที่หมอหงวนต้องพบและต่อสู้กับอุปสรรคเหล่านั้น

4. Healing Hands (นาทีชีวิต นาทีวิกฤติ)
หลายๆ ครั้งที่ฮ่องกงต้องเผชิญกับโรคระบาด เช่น โรคซาร์ส เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งการที่จะให้คนเข้าใจเรื่องราว และการป้องกันของโรคนี้ คือ การทำละคร ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ละครเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่า หมอก็เป็นคน ป่วยเป็นเหมือนกัน นอกจากจะไม่สบายแล้ว หมอ ก็ต้องเผชิญกับการใช้ชีวิตที่ไม่เป็นดั่งหวังอีกด้วย

5. The Hippocratic Crush On Call 36 hours หรือ ทีมแพทย์กู้ชีพ
เรื่องนี้ก็คล้ายๆ กับ Healing Hands แต่เนื้อเรื่องทันสมัยมากกว่า จุดที่พีคที่สุดคือ การที่หมอศัลยกรรมคนหนึ่ง ต้องหันเหเปลี่ยนแปลงชีวิต มาเป็นหมอพยาธิวิทยาแทน เนื่องจากตัวเองป่วยด้วยโรคเนื้องอก ซึ่งจุดนี้เองทำให้คนที่ดูละคร มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิวิทยา มากขึ้น

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

หมวดหมู่บทความ
บทความล่าสุด
นิยมหา
ผู้ให้การสนับสนุน

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on print
Print
Share on email
Email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

On Key

Related Posts

8 ข้อคิดดีๆจากหนัง 8 เรื่อง ที่จะช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้ท่าน!

ดูหนังซีรี่ย์ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่บ้านกักตัวในช่วงนี้ก็สามารถปรับปรุงตนเองได้นะ คนไม่ใช่น้อยบางครั้งอาจจะมึนงงว่าดูหนังแล้วจะพัฒนาตัวได้ยังไง เคยรับรู้คำกล่าวนี้หรือเปล่า “ดูหนัง มองละคร แล้วย้อนมาดูตัวเอง” เคยรับรู้กันมาตั้งแต่เด็กเลยใช่ไหมล่ะ ก็จะต้องสารภาพว่า เดี๋ยวนี้หนังชอบสอดแทรกคำคม ข้อคิดดีๆเอาไว้จนมีการเก็บรวบรวมคำคมพวกนั้นไว้มากหลายจำพวก ไม่ว่าจะเป็นคำคมในเรื่องความรัก มิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูง สร้างแรงดลใจต่างๆไปจนถึงกระบวนการทำธุรกิจ ด้วยเหตุว่าภายใต้ความสนุกสนานครื้นครึกสนุกสนานนั้น ดูหนัง netflix ผู้สร้างชอบซ่อนเร้นบทเรียนชีวิตเอาไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่แต่เพียงคำคมจากหนังจะช่วยสร้างความซาบซึ้งต่อตัวแสดง บทบาท และเรื่องราวในหนังแค่นั้น ยังสามารถช่วยปลุกความกล้าในตัวคุณให้ลุกขึ้นยืนมาเปลี่ยนแปลงพัฒนาตัวเองได้ดีเทียบเท่าการอ่านหนังสือเชียวล่ะ วันนี้พวกเราได้กล่าวถึง 8

เพราะเหตุใด? ฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนังเห็นผลกว่าฝึกฝนจากการอ่านหนังสือ

ดูหนังออนไลน์ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่บ้านก็สามารถฝึกฝนภาษาอังกฤษเห็นผลกว่า ฝึกหัดจากหนังสือนะ ทำไม รู้มั้ย เวลาเราเรียนหรือฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือ พออ่านไปครู่หนึ่งเราก็อาจรู้สึกเบื่อ แล้วมันจะมีทางไหนที่ทำให้เราทำความเข้าใจได้อย่างไม่เบื่อบ้าง หนึ่งในนั้นเป็นการดูหนังยังไงล่ะ การฝึกภาษาอังกฤษจากการดูหนังเป็นหนึ่งในวิธีที่จะทำให้ภาษาอังกฤษเราเจริญก้าวหน้าแบบกก้าวกระกระโดด การดูหนัง มันก็สนุกอยู่แล้ว แล้วก็มันจะดีมากถ้าเราบันเทิงใจไปด้วยทำความเข้าใจภาษาอังกฤษไปด้วย แล้วก็นี่หมายถึงเหตุผล ที่เพราะอะไรการฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง ถึงสำเร็จกว่า การฝึกหัดจากหนังสือ เหตุผลเหล่านั้น มีอะไรบ้าง มาดูกัน 1. เนื่องจากว่าการดูหนังมันสนุกกว่า การเรียนรู้ไปพร้อมๆกับความเพลิดเพลิน ย่อมดีมากยิ่งกว่าทำความเข้าใจแบบน่าระอาเสมอ

ลำโพงดูหนังอยู่บ้านเลือกอะไรดี ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

ดูหนังออนไลน์ อยาก ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้าน อยากได้ระบบเสียงชัดจัดเต็มแบบโรงหนัง คนชอบดูหนังแบบพวกเราจะต้องมีลำโพงแบบเริ่ดๆใช่มั้ยล่ะ รวมทั้งถ้าเอ่ยถึงลำโพงดูหนังอยู่บ้านไม่มีผู้ใดไม่คิดถึง Sound Bar กับ Home Theater เนื่องจากว่าทั้งสองนั้นเป็นลำโพงดูหนังอยู่บ้านที่มอบพลังเสียงได้ครบบริบรูณ์มากยิ่งกว่าลำโพงประเภทอื่นและเนื่องในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการระบาดโควิด-19 ก็เลยทำให้คนอีกจำนวนไม่น้อยต้องการเปลี่ยนแปลงจากการดูหนังในโรงหนังมาเป็นดูหนังในบ้านแทนจึงนำมาซึ่งการทำให้เดี๋ยวนี้ยอดขายของ Sound Bar กับ Home Theater พุ่งกระฉูด วันนี้เราก็เลยมีสาระเกี่ยวกับ Sound Bar กับ Home